[SF] +:+ Pocky Game +:+ [YunJae]

posted on 12 Jan 2016 00:55 by daikun in SF-TVXQ directory Fiction, Asian

 

 

 

Pocky Game

Pairing: Yunho x Jaejoong | Genre: AU, Comedy

Author: ~#DN_LoveR#~ | Rating: พอกรุบกริบ | Note: ไร้สาระมากจริงๆ

  

( cr. thirstyfortea )

 

 

 

 

คิมแจจุงเกลียดของหวาน

 

 

ถ้าคุณยังไม่รู้ถึงความจริงข้อนี้ ผมขอให้คุณจำมันไว้ให้ดี ท่องไปครับ คิมแจจุงเกลียดของหวาน คิมแจจุงเกลียดของหวาน คิมแจจุงเกลียดของหวาน ยัง ยังครับ ท่องอีกครับ ท่องไปให้ครบ 20 รอบ จนกว่าคุณจะมั่นใจว่าคุณจะจำความจริงข้อนี้ไปได้ตลอดชีวิต

 

ผมยืนกัดฟัน สูดหายใจเข้าออกลึกๆ อยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ที่เปิดกว้างของตัวเอง ผมมองของขวัญมากมายที่อยู่ในตู้นั่นพร้อมกับเส้นเลือดข้างขมับที่เต้นตุบๆ มือผมที่จับประตูล็อกเกอร์ไว้กำแน่นขึ้น ก่อนที่ผมจะยกมืออีกข้างขึ้นขยี้หัวตัวเองอย่างแรงด้วยความหงุดหงิดระดับสูงสุด

 

ย้อนกลับไปถึงข้อเท็จจริงที่ผมให้คุณท่องย้ำๆ ซ้ำๆ ก่อนหน้านี้อีกครั้ง

 

คิมแจจุงเกลียดของหวาน

 

และของขวัญที่อยู่ในตู้ล็อกเกอร์ผมก็เป็นขนมหวานเสียเกือบครึ่ง

 

ผมจัดการเปิดกระเป๋าสะพายข้างใบเก่งของตัวเอง หยิบกระเป๋าผ้าที่เตรียมมา แล้วกวาดของขวัญทั้งหมดนั้นใส่กระเป๋าผ้าให้เรียบร้อย ผมปิดตู้ล็อกเกอร์เสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปมาสะดุ้ง แต่ตอนนี้ผมหงุดหงิดเสียจนไม่มีอารมณ์มานั่งใส่ใจหรือเกรงใจคนรอบข้างนักหรอก

 

อา ลืมไป ผมขอแนะนำตัวอย่างสั้นๆ ให้พวกคุณฟังก่อนแล้วกัน

 

ผมชื่อ คิมแจจุง เรียนอยู่มัธยมปลายปี 2 ห้อง A ซึ่งเป็นห้องคิงของโรงเรียน แต่ผมบอกเลยว่าระดับความรู้ผมอยู่รั้งท้ายห้องเสมอ ผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเด็กหลังห้อง บางครั้งนึกอยากจะโดดเรียนก็โดด แต่ก็ไม่ได้ทำตัวเกกมะเหรกเกเรขนาดพวกเด็กห้องบ๊วยหรอกนะ อย่างน้อยผมก็ยังพอมีจิตสำนึกว่าไม่ควรทำร้ายคนอื่นก่อน และที่บ้านส่งผมมาเรียน ถ้าทำให้พ่อแม่เครียดมากๆ ผมอาจจะถูกเฉดหัวออกจากบ้านในสักวันหนึ่ง เผลอๆ ถ้าถูกตัดออกจากกองมรดกด้วยนี่จะยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่

 

อีกอย่าง อา จะว่ายังไงดี – จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากจะอวดหรอกนะ แต่มีทั้งเพื่อน รุ่นพี่ และรุ่นน้องหลายคนปลื้มผม บางคนถึงกับสถาปนาตัวเองให้เป็นแฟนคลับผู้ภักดีต่อคิมแจจุง และหลายคนถึงขั้นอยากเป็นแฟนกับผม ฟังดูวิเศษเป็นบ้า ความจริงผมก็ไม่ได้อยากจะมีแฟนคลับเป็นของตัวเองหรอก แต่คุณต้องเข้าใจนะ คนเราจะเกิดมาหน้าตาดีมันห้ามกันได้ที่ไหน ผมล่ะลำบากใจจริงๆ

 

ผมเดินเหวี่ยงกระเป๋าผ้าที่อัดแน่นไปด้วยของขวัญมากมายในระหว่างที่กำลังตรงไปยังห้องเรียน อีกครึ่งชั่วโมงถึงจะเริ่มโฮมรูม นับเป็นเรื่องดีที่ผมยังมีเวลาสงบอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ก่อนจะเริ่มเรียนจริงๆ จังๆ

 

 

‘ครืด’

 

 

ประตูห้อง 2-A ถูกเปิดออก เสียงพูดคุยดังจอแจเหมือนอย่างทุกวัน ผมเดินดุ่มๆ ไปนั่งตรงโต๊ะตัวเองที่อยู่แถวหลังสุด โยนกระเป๋าเรียนกับกระเป๋าผ้าไว้บนโต๊ะแบบไม่ใส่ใจนัก แต่หย่อนก้นลงนั่งได้ไม่กี่วินาที จู่ๆ ก็มีหน้าบานๆ ของใครสักคนเสนอหน้ามาให้เห็นเสียอย่างนั้น

 

 

“โย่ว คิมแจจุง ว๊อทซับแมน!” ปาร์คยูชอนตีไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาที่ฝั่งตรงข้ามผม มันนั่งคร่อมเก้าอี้ เอาแขนสองข้างวางไว้บนพนัก แล้วส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้ผม เหอะ

 

“วันนี้มึงมาโหมดเวอร์จิเนียบอยรึไง ไอ้ยูชอน”

 

“วันนี้ได้ขนมเยอะอีกแล้วนะมึง แหมๆ คิมแจจุงนี่น่าอิจฉาจริงๆ เลยน้า” มันไม่สนคำพูดผมสักนิด แถมยังหน้าด้านพอที่จะยื่นมือมาค้นของขวัญในกระเป๋าผมด้วยรอยยิ้มเบิกบานอีกต่างหาก แต่ผมก็ไม่ได้ถือโทษอะไรมันหรอก

 

“พูดอย่างกับตัวเองไม่มีแฟนคลับนะ คุณรองหัวหน้าห้อง”

 

“เรียกกูว่า เสือหนุ่มยูชอน ดีกว่านะ เพื่อนรัก”

 

“โบราณฉิบหาย ไอ้สัส”

 

 

ไอ้คนหน้าบานตรงหน้าผมคือ ปาร์คยูชอน มันเป็นรองหัวหน้าห้อง 2-A ที่ทำตัวไม่สมกับตำแหน่งของมันเลยสักนิด แต่มันเกิดมาคุยเก่ง เข้ากับคนง่าย คนในห้องเลยโหวตให้ยูชอนเป็นรองหัวหน้ากันเยอะพอสมควร เจ้าหมอนี่เป็นเพื่อนคนแรกที่ผมรู้จักตอนที่ย้ายมาเรียนที่นี่ แต่รู้จักกันได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ดีเราก็พูดหยาบใส่กันแล้ว อารมณ์เหมือนผีเห็นผี รู้จักมันได้ไม่กี่วันผมก็กล้าพูดได้เลยว่า ปาร์คยูชอนมันก็จัดอยู่ในกลุ่มเด็กหลังห้องเหมือนผมนั่นแหละ

 

และจนถึงตอนนี้ มันก็ไม่ผิดไปจากที่ผมคิดไว้เลยสักนิด

 

 

“อ๊า~ แจจุง ยูชอน หวัดดีๆๆ”

 

 

ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันไปมองเจ้าของเสียงแหบๆ นั่น ก็มีคนพุ่งเข้ามากอดคอผมจากด้านหลังจนผมแทบหัวทิ่ม ไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าเป็น คิมจุนซู แน่นอน จากนั้นก็มีร่างสูงโย่งเดินลากเก้าอี้มานั่งข้างกันกับไอ้ยูชอน มันหันไปไฮไฟว์ทักทายกันนิดหน่อยตามธรรมเนียมของทั้งคู่

 

 

“ไฮ~ ชิมชางมิน” นั่นเสือหนุ่มยูชอน

 

“เคยมีใครบอกมึงไหมว่า มึงเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษดูโคตรกวนตีน” ขอบคุณที่มึงพูดสิ่งที่กูคิดมาตลอด ชางมิน

 

 

ผมเดาว่าคุณอาจจะงงที่เริ่มมีใครก็ไม่รู้แย่งกันโผล่หน้าโผล่ตามาทักทายผม นี่เพื่อนผมทั้งนั้นแหละครับ ผมจะขอแนะนำเพื่อนผมโดยสังเขปละกัน จุนซูกับชางมินเป็นเพื่อนบ้านกันครับ รู้จักกันตั้งแต่เด็ก แต่ตีกันตลอด จุนซูเป็นคนน่ารัก ส่วนชางมินเป็นคนขี้แกล้ง อีกอย่าง จุนซูเป็นแฟนกับยูชอน ส่วนชางมินเป็นแฟนกับอาหารทุกอย่างที่มีอยู่บนโลกใบนี้ – จบการแนะนำเพื่อนทั้งสองไว้เท่านี้ ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ

 

 

“ชางมินพูดจาไม่น่ารักเลย ยูชอนออกจะพูดภาษาอังกฤษเก่ง เนอะๆ" จุนซูหันไปดุชางมิน ก่อนจะหันไปยิ้มอ้อนใส่ยูชอนที่ยิ้มจนหน้าบานตีนกาย่นไปหมด

 

“จริงๆ เราก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก แต่จุนซูพูดขนาดนี้ เราจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะครับ~” ว่าแล้วไอ้เวอร์จิเนียบอยก็หันไปคว้าเก้าอี้มาให้แฟนมานั่งข้างๆ โธ่ ไอ้ตอแหล

 

“ตอแหล” ชิมชางมิน มึงรู้ใจกูจริงๆ

 

“อ้าว มึง...” ยูชอนพูดได้ไม่จบประโยค ชางมินก็เลิกสนใจมันแล้ว

 

“มีไรแดกบ้างวะแจจุง กูดูหน่อยดิ๊”

 

 

ไอ้โย่งยื่นมือมาคุ้ยของขวัญในกระเป๋าผ้าผมอย่างไร้มารยาท(เหมือนไอ้ยูชอนไม่มีผิด) มันเลือกหยิบเฉพาะของขวัญที่เป็นขนมเท่านั้น ตาโตๆ ของมันแม่งเป็นประกายระยิบระยับจนน่าหมั่นไส้

 

 

“มีแต่ขนมรสสตรอว์เบอร์รีตลอดเลยว่ะ” ชางมินว่า

 

“แล้วไง” ผมปรายตามองคนบ่น

 

“ก็เข้ากับหน้ามึงดี” ไอ้...

 

“เดี๋ยวมึงจะโดนไม่ใช่น้อย ไอ้ชางมิน”

 

“กลัวตายละ โอ๊ะ มีไดฟุกุสตรอว์เบอร์รีด้วยว่ะ กูขอนะ”

 

 

ชางมินหยิบกล่องขนมไดฟุกุสตรอว์เบอร์รีเจ้าดังขึ้นมาแกะกล่อง แต่ยังไม่ทันที่ไอ้ตะกละจะยื่นมือลงไปหยิบขนม ผมก็จัดการตีหลังมือสากๆ ของมันเสียเต็มแรง

 

 

‘เพียะ!’

 

 

“สัส! ไอ้แจจุง มึงตีกูไมวะ แรงควายฉิบหาย ไอ้ห่า!” ชางมินสะบัดมือข้างที่โดนตีไปมา ลูบหลังมือป้อยๆ หน้ากวนๆ ของมันบิดเบี้ยวไปหมดจนน่าขำ

 

“กูยังไม่ได้อนุญาตให้มึงกิน” ผมตอบพร้อมยักคิ้วข้างเดียวให้คนที่ยังเจ็บมือไม่หาย ส่วนไอ้คู่รักติงต๊องนั่นนั่งกระหนุงกระหนิงอยู่ในโลกส่วนตัวกันเรียบร้อย

 

“อะไรวะ ปกติมึงก็ไม่แดกของหวานอยู่แล้วไม่ใช่รึไง เอาไปทิ้งก็เสียของนะมึง” แหม จำได้ด้วยว่ากูไม่กินของหวาน แสนรู้จังเพื่อนกู

 

“กูยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะเอาไปทิ้ง” ผมตอบ พลางกรอกตามองไปอีกทาง

 

“แล้วมึงจะเก็บไว้ทำอะไรวะ?” ถามไรเยอะแยะวะไอ้บ้านี่

 

“ก็...”

 

 

‘ครืด’

 

 

เสียงเปิดประตูห้องเรียนดังขึ้น ก่อนจะมีร่างสูงใหญ่สวมแว่นหนาเตอะเดินทำหน้าเอ๋อเข้ามา เพื่อนคนอื่นๆ ทักทายหมอนั่นกันยกใหญ่จนหน้าเอ๋อๆ แม่งเอ๋อหนักกว่าเดิม เพราะไม่รู้ว่าจะหันไปทักใครก่อนดี พอสมองมันเริ่มประมวลผลได้ หน้าเอ๋อๆ ก็ถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า แล้วร่างสูงๆ ก็ค่อยๆ เดินไปทักทายเพื่อนทีละคนอย่างมีมารยาท

 

 

“มาแล้วหรอคุณหัวหน้าห้อง”

 

“หวัดดีไอ้ชอง มาตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะมึง”

 

“อรุณสวัสดิ์ยุนโฮ กินข้าวเช้ามารึยังคะ มากินกับยูริไหม”

 

 

ประโยคพวกนั้นคือคำทักทายที่เพื่อนๆ ทักไอ้เอ๋อตัวบึ้กที่ชื่อ ชองยุนโฮ หมอนี่เป็นหัวหน้าห้อง 2-A และเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งโรงเรียน เห็นมันดูเนิร์ดๆ เอ๋อๆ แบบนี้ นอกจากความเก่งกาจทางด้านวิชาการแล้ว ไอ้ยุนโฮยังเป็นนักวิ่งตัวฉกาจประจำโรงเรียนด้วย บวกกับนิสัยซื่อๆ เอ๋อๆ ของมัน เจอหน้าใครก็ชอบส่งยิ้มเรี่ยราดไปเรื่อย ทำให้หลายคนทั้งรักทั