[SF] +:+ Zipper +:+ [YunJae]

posted on 23 Jul 2014 21:46 by daikun in SF-TVXQ directory Fiction, Asian
Zipper
Pairing: Yunho x Jaejoong | Genre: AU, Fluff
Author: ~#DN_LoveR#~ | Note: บางครั้งซิปก็เป็นอุปสรรค


 
 
 
 
‘ตึง! โครม! กึก!’


เสียงดังโครมครามจากนอกห้องนอนเรียกให้คนที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆ ต้องย่นคิ้วอย่างหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเสียจนต้องลุกจากเตียงนอนเพราะเสียงเจ้าปัญหานั่นไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดเสียที

เอาอีกแล้วสินะ

ชายหนุ่มร่างเล็กในสภาพชุดนอนย้วยๆ เดินลากสลิปเปอร์สีหวานออกมาจากห้องนอน มือขาวยกขึ้นขยี้หัวขยี้ตามั่วไปหมด ตากลมค่อยๆ เพ่งมองไปทางห้องครัวที่เหมือนจะเป็นแหล่งต้นตอของเสียงดังน่ารำคาญเมื่อครู่นี้ และทันทีที่เขาปรับสภาพสายตาได้ เขาก็ได้แต่อุทานกับตัวเองในใจว่า อา กะไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้



“แจจุง คุณๆ นมอยู่ไหนอะ! นมอะ นม”

“คุณหมายถึงนมอะไร? ขยายความหน่อยซิ”



คิมแจจุง ยืนกอดอกมองคนรักของเขา ชองยุนโฮ – ที่ดูจะลุกลี้ลุกลนจนน่าขำ คุณลองนึกภาพผู้ชายวัย 30 ปี ตัวโตๆ ที่ยืนใส่กางเกงยีนส์ตัวเดียวอยู่ตรงโต๊ะอาหาร มือข้างหนึ่งหวีผม มืออีกข้างหนึ่งเทซีเรียลใส่ชามที่ใหญ่เข้ากับขนาดตัวดูสิ น่ากลัวว่าเส้นผมจะร่วงลงไปในชามใบสวยนั่นไม่น้อย

คิมแจจุงและชองยุนโฮเกิดปีเดียวกัน ทั้งสองตกลงปลงใจเป็นคู่รักกัน และอยู่กินด้วยกันมานานกว่า 3 ปี พวกเขาเป็นคู่รักที่โด่งดังมากในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมกันในเรื่องของชื่อเสียง สถานภาพ และภาพลักษณ์ที่ดูดีเกินกว่าใคร ชองยุนโฮเป็นนายแบบหนุ่มชื่อดังอันดับหนึ่งในเกาหลี เขาดูดีถึงขนาดที่ได้รับตำแหน่งหนุ่มในฝันของสาวเอเชียติดกันถึงสามปีซ้อน ส่วนคิมแจจุงเป็นช่างแต่งหน้าฝีมือดีที่หาตัวจับยาก และนอกจากในเรื่องของฝีมือแล้ว ใบหน้าหวานๆ กับหุ่นบอบบางของเขายังดูดีเสียจนหญิงแท้ยังต้องอาย

เรื่องราวทุกอย่างเริ่มต้นจากงานเดินแบบแฟชั่นงานใหญ่แห่งหนึ่ง ในงานนั้นยุนโฮได้รับเชิญให้เดินแบบด้วยชุดที่ดีที่สุดสำหรับงานในครั้งนี้ โดยจะมีการใช้สีแต้มบนใบหน้าเล็กน้อยให้เข้ากับชุดที่เน้นแนวลุยๆ และอาจเป็นคนบนฟ้าที่ขีดเส้นโชคชะตาของพวกเขาให้มาบรรจบกัน ในตอนที่กำลังจะถึงคิวแต่งหน้าของยุนโฮ แจจุงที่เพิ่งเสร็จงานจากที่อื่นกลับก้าวเท้าเข้ามาเป็นช่างแต่งหน้าให้กับนายแบบหนุ่มชื่อดังได้อย่างพอดิบพอดี

ยุนโฮได้แต่ยืนมองหน้าช่างแต่งหน้าหน้าหวานที่มาถึงก็จับเขายืนนิ่ง วางชุดอุปกรณ์แต่งหน้าและกระเป๋าหลุยส์ไว้ที่โต๊ะด้านหลังเขา เขายืนนิ่งปล่อยให้แจจุงที่ยืนอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กจัดการละเลงเครื่องสำอางบนผิวหน้าของเขา ระหว่างนั้นนายแบบหนุ่มก็แอบเหลือบมองขวดเล็กๆ ที่มีน้ำสำหรับใช้ป้ายเป็นลวดลายเล็กๆ บนใบหน้า เขายื่นมือจะไปหยิบมาดูเล่น แต่ด้วยความซุ่มซ่ามที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แทนที่ยุนโฮจะได้ขวดนั่นติดมือมา กลับกลายเป็นทำให้ขวดนั่นล้มและสีไหลออกมาหกเลอะเทอะเสียอย่างนั้น

และหกไปโดนกระเป๋าหลุยส์ของคุณช่างแต่งหน้าเสียด้วย


“กระเป๋าหลุยส์สุดที่รักของฉัน! ให้ตายเถอะ!”


หลังจากนั้นคุณนายแบบก็โดนคุณช่างแต่งหน้าฟาดมือฟาดท้องเป็นการลงโทษ แถมโดนด่ายับไปอีกหลายชุด เรียกได้ว่าหลังจากจบงานยุนโฮก็พยายามตามขอโทษแจจุงแทบทุกวิถีทาง ทั้งหาเบอร์โทรติดต่อ คาคาโอไปหาทุกวัน ชวนไปเลี้ยงข้าวไถ่โทษอีกต่างหาก จนสุดท้าย มารู้สึกตัวอีกที นายแบบหนุ่มกลับเดินตกหลุมรักของคุณช่างแต่งหน้าไปเสียแล้ว

เช่นกัน – ต่อจากนั้นไม่นาน ก็กลายเป็นแจจุงที่เผลอเดินตกหลุมรักของคนขี้ตื้อไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็ยังตกอยู่ในหลุมรักของกันและกันอยู่เหมือนเดิม และเหมือนจะตกลงไปลึกกว่าเดิมด้วยสิ



“โธ่ แจจุง ผมเทซีเรียลอยู่เนี่ย คุณคิดว่าผมจะหมายถึงนมไหนล่ะ?”

“ก็ฉันไม่ได้มอง”

“หืม โอเค ผมอยากได้นมที่ผมดื่มเมื่อคืน รสฝาดลิ้นแต่หวานใจ หาให้ผมหน่อย”

“ไอ้ลามก!”

“โอ้ แจจุง ผมหยอกเล่นน่า นมจืดอยู่ไหนหรอคุณ ผมเปิดตู้แล้วเจอแต่กล่องซีเรียลเนี่ย”

“นมจืดก็ต้องอยู่ในตู้เย็นสิ ตาบ๊อง!”



คุณช่างแต่งหน้าได้แต่ส่ายหัวให้กับนายแบบที่โก๊ะได้เสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยน แจจุงเดินไปหยิบนมจืดขวดใหญ่จากตู้เย็นมาให้ยุนโฮที่วิ่งวุ่นหาช้อน แถมสะดุดเท้าตัวเองอีกต่างหาก เห็นแล้วก็น่าเป็นห่วงและน่าเพลียใจไม่น้อย

นี่ถ้าไม่เกิดมาหล่อหุ่นดีแบบนี้ฉันคงไม่เอ็นดูคุณหรอกนะ

ต้องขอบคุณที่แจจุงยังเอ็นดูคนซุ่มซ่ามอยู่มาก ยุนโฮจึงได้มานั่งทานซีเรียลด้วยสภาพหัวยุ่งๆ หน้ามึนๆ เสียที

เหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะยุนโฮได้รับงานถ่ายแบบในช่วงเช้าค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นช่วงเวลางานที่ไม่เหมาะกับคนขี้เซาอย่างเขาเลยสักนิด แต่เพราะแจจุงคะยั้นคะยอให้นายแบบหนุ่มรับงานดีๆ พวกนั้นไว้ บอกว่าเป็นโอกาสสร้างชื่อเสียงบ้างละ แบบเสื้อผ้าซีซั่นใหม่ของแบรนด์นี้มันถูกสร้างมาเพื่อเขาบ้างละ ยุนโฮเลยต้องจำยอมตกปากรับคำเสนอพวกนั้นไว้แทบจะทุกครั้ง

แล้วไงละ – ก็กลายเป็นเคราะห์กรรมของยุนโฮไปเต็มๆ ที่ตื่นสายและลุกลี้ลุกลนแทบจะทุกเช้าแบบนี้



“ยุนโฮ คุณต้องไปถ่ายแบบกี่โมงนะ”

“เจ็ดโมงตรง ทำไงดีคุณ อีก 40 นาทีเอง”

“ใจเย็นน่า ไม่สายหรอกคุณ ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจของคุณไปสิ รับรองว่าทันแน่นอน”

“ทำไงดีแจจุง ไม่ทันแน่เลยๆ”

“นี่ เลิกบ่น แล้วรีบกินแทนเหอะ!”



คุณช่างแต่งหน้าบ่นพร้อมรอยยิ้มขำ ยุนโฮรีบตักซีเรียลเข้าปากคำโตๆ จนแก้มป่อง เคี้ยวหงุบหงับด้วยสีหน้ารีบร้อนเต็มทน แจจุงเดินกลับไปที่ห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้า คว้าเสื้อยืดและเสื้อกั๊กหนังตัวเก่งของคนรักมาอย่างละตัว พร้อมกับหยิบกระเป๋าเก็บเครื่องสำอางของตัวเองติดมาด้วย เขาเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร หย่อนตัวลงนั่งตรงที่นั่งข้างกันกับคนที่กินซีเรียลใกล้หมด ก่อนจะวางของทุกอย่างไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ

จะยอมช่วยคุณนายแบบสักนิดละกัน



“ฉันหยิบเสื้อยืดตัวโปรดของคุณมาให้แล้ว เอาไปใส่เร็ว”

“ยังไม่ใส่ได้ไหม”

“ไหนบอกว่ารีบ?”

“อยากอวดซิกแพ็คอีกสักหน่อย เผื่อจะมีใครบางคนกระโดดขย้ำผมเหมือนเมื่อคืน เซ็กซี่จนยอมตายได้เลย”

“อยากโดนฟาดด้วยหลุยส์หรือไง”

“โอเค ที่รัก ผมจะรีบใส่เสื้อแล้วครับ”



ยุนโฮรีบใส่เสื้อตามคำสั่งของคนตัวเล็ก หลังจากนั้นก็รีบลุกพรวดไปหยิบกระเป๋าเป้ เดินไปหากุญแจรถเสียให้วุ่น โดยไม่ได้สังเกตเลยว่านอกจากเสื้อยืดที่อยู่บนตัวของเขาในตอนนี้ แจจุงยังหยิบของอะไรติดมือมาอีกบ้าง



“แจจุง คุณเห็นกุญแจรถของผมบ้างไหม?”

“คุณโยนไว้ในที่เขี่ยบุหรี่รึเปล่า”

“แจจุงๆ มันไม่มีอะ ผมไปดูมาแล้ว”

“บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นล่ะ”

“แจจุงๆ แล้วคุณเห็นโทรศัพท์มือถือของผมบ้างไหม?”

“ก็อยู่บนโต๊ะกินข้าวนี่ไง ตาบ๊อง!”



แจจุงพนันได้เลยว่า ภายในเวลาไม่เกินสิบนาทีก่อนหน้านี้ ยุนโฮเอาแต่เรียกชื่อ แจจุง แจจุง แจจุง เกินกว่ายี่สิบครั้งเข้าไปแล้ว มันเหมือนเขาเห็นผู้ใหญ่ที่โตแต่ตัวกำลังสับสนวุ่นวายเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ต้องคอยหาที่พึ่งที่จะช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยจากปัญหาที่เกิดขึ้น ยุนโฮดูไร้เดียงสาขัดกับภาพลักษณ์หล่อคมของเขาชะมัด น่าตลกเป็นบ้า

ดูสิ เดินสะดุดเท้าตัวเองอีกแล้วนะ ชองยุนโฮ



“ยุนโฮ มานั่งตรงนี้ก่อนคุณ”

“ผมต้องรีบแล้ว ไม่ทันแน่เลยแจจุง ทำไงดี ทำไงดี!”

“เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง อย่าเพิ่งลนสิคุณ มานั่งตรงนี้ก่อนเร็ว เดี๋ยวฉันแต่งหน้าให้ก่อน ไปถึงกองแล้วจะได้ไม่เสียเวลาแต่งหน้าเยอะ”

“แต่...”

“ถ้าไม่มานั่งตอนนี้ คืนนี้ได้นอนนอกห้องแน่!”



ในที่สุด คุณช่างแต่งหน้าก็จับให้คุณนายแบบตัวโตมานั่งหน้าหงอยที่เก้าอี้ตัวเดิมได้แล้ว

ยุนโฮนั่งหลับตาปล่อยให้คนรักละเลงเครื่องสำอางบนผิวหน้าของเขาด้วยความเชี่ยวชาญ แจจุงกะไว้ว่าแค่ทารองพื้น ทาลิป เขียนอายไลน์เนอร์ไปสักหน่อยก็คงพอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างแต่งหน้าที่กองถ่ายแบบที่จะต้องแต่งให้ยุนโฮออกมาหล่อที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย แค่ได้มองหน้าสดของยุนโฮในระยะใกล้ ใจเขาก็สั่นจนแทบบ้าแล้ว

ดูแนวสันกรามคมกริบของเขาสิ ไหนจะจมูกโด่งสวยกับริมฝีปากหยักอิ่มนั่นอีก อา ให้ตายเถอะ พ่อหนุ่มสุดหล่อของฉัน
   


‘ครืด ครืด’

โทรศัพท์มือถือของยุนโฮสั่นครืดในตอนที่แจจุงกำลังหันไปหยิบอายไลน์เนอร์ คนตัวโตที่เอาแต่นั่งหลับตาเมื่อครู่ลืมตาขึ้น หันไปหยิบโทรศัพท์มาด้วยความร้อนรน บนหน้าจอโชว์ชื่อของผู้จัดการเขาชัดเจน นั่นทำให้ยุนโฮกลับมาลุกลี้ลุกลนอีกรอบ โดนโทรจิกแล้วไหมล่ะ!

แต่ยังไม่ทันที่ยุนโฮจะได้กดรับสาย โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ถูกแจจุงคว้าเอาไปวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิม



“แจจุงๆ ผู้จัดการโทรตามผมแล้ว ผมต้องไปแล้ว!”

“โธ่ คุณ เดี๋ยวซี่ ฉันยังไม่ได้เขียนอายไลน์เนอร์เลยนะ”

“เดี๋ยวผมรับโทรศัพท์ก่อนนะ”

‘เพียะ!’

“ตีมือผมทำไมอะคุณ!”

“เดี๋ยวค่อยรับสาย เขียนอายไลน์เนอร์ให้เสร็จก่อน อย่างสุดท้ายแล้ว อยู่นิ่งๆ ก่อนน่า”



ยุนโฮมุ่ยหน้า แต่พอเห็นว่าโทรศัพท์มือถือหยุดสั่นไปแล้ว เขาจึงยอมหลับตาอีกครั้ง แจจุงยิ้มอย่างพอใจกับท่าทางของนายแบบหนุ่ม แล้วเริ่มลงมือเขียนอายไลน์เนอร์ทันที

ทว่า...



‘ครืด ครืด’

“ผู้จัดการโทรมาอีกแล้ว!”

“อยู่นิ่งๆ ก่อนสิยุนโฮ อย่าดิ้นเป็นเด็กๆ ซี่”

‘ครืด ครืด’

“คุณๆ ผู้จัดการต้องฆ่าผมแน่เลย ทำไงดีๆ”

“โอ๊ย คุณ ฉันเขียนเบี้ยวหมดแล้วเนี่ย บอกว่าอย่าเพิ่งดิ้นไง!”

“แจจุงอ่า”

“ยุนโฮ คุณนี่มัน เฮ้อ!”


‘จุ๊บ’


แจจุงจัดการปิดปากหยักที่เอาแต่บ่นกังวลไม่หยุดนั่นด้วยปากของตัวเอง มันก็แค่การปิดปากธรรมดา แค่เอาปากลงไปทาบกัน และดูดริมฝีปากอิ่มนั่นพอให้เกิดเสียงเบาๆ น่ารักๆ แค่นั้นเอง

น่ารำคาญ - แต่ก็น่าหมั่นเขี้ยวชะมัด



“อยู่นิ่งๆ ได้แล้วใช่ไหม”

“อา...แจจุง คุณ...”

“ตอนนี้คุณต้องสนใจฉันก่อน ผู้จัดการเดี๋ยวคุณก็ได้ไปเจอเขาที่กองถ่ายน่า”

“ตอนคุณดูดปากผมเมื่อกี้มันเอ็กซ์มากเลยรู้ไหม”

“มันใช่ประเด็นไหมเนี่ย!”



ในที่สุดแจจุงก็จัดการแต่งหน้าให้ยุนโฮเสร็จเรียบร้อยได้เสียที ยุนโฮค่อยๆ ลืมตาขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงหวานๆ บอกว่าแก้อายไลน์เนอร์ให้เสร็จแล้ว เขารีบรับเสื้อกั๊กหนังจากแจจุงมาสวม เพราะเขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

สายแน่เลย สายแน่เลย สายแน่ๆ!

แจจุงยืนมองคนรักที่พยายามจะรูดซิปเสื้อกั๊กหนังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ตรงใบหน้าคมที่ดูจะหล่อและเซ็กซี่ขึ้นไปอีกโขเพียงแค่เขียนอายไลน์เนอร์ที่ดวงตาเรียว เขาเดาว่า ยุนโฮอาจจะเกิดมาเพื่อให้คนอื่นอิจฉาและคลั่งในความหล่อของเขา

ถ้าสบตากับยุนโฮตรงๆ ตอนนี้ คงรู้สึกเหมือนโดนตัดขั้วหัวใจด้วยสายตาคมกริบนั่นแน่ๆ



“แจจุง ผมรูดซิปเสื้อไม่ขึ้นอะ คุณรูดให้ผมหน่อยสิ”



ยุนโฮคว้ากระเป๋าเป้และกุญแจรถมาถือไว้ ก่อนจะเดินตรงไปหาคุณช่างแต่งหน้าที่เผลอชะงักไปเมื่อสบตากับเขา แจจุงแอบกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ถึงเขาจะแต่งหน้ามาให้ยุนโฮหลายต่อหลายงาน มองหน้าในระยะประชิดกันมาบ่อยครั้ง แต่เขายังยืนยันว่า ความหล่อระดับนี้ ต่อให้อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตก็ไม่มีวันชินหรอกนะ

และแจจุงคิดว่า เขาคงไม่ทนแน่ๆ



“ให้รูดซิปเสื้อขึ้นหรอ?”

“ใช่ครับ”

“แล้วถ้ารูดซิปกางเกงลงด้วยจะได้ไหม?”



‘ตุบ’


กระเป๋าเป้ของนายแบบหนุ่มร่วงลงมากองอยู่บนพื้นพร้อมกับกุญแจรถ ไม่มีใครที่จะนึกสนใจของทั้งสองสิ่งนั้นเลยสักนิด

นายแบบหนุ่มยืนนิ่ง มองคุณช่างแต่งหน้าที่ยิ้มหวานเดินนวยนาดเข้ามาแนบชิดกายกับเขา คล้ายอุณหภูมิในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา

และเขาเดาว่า ตัวเขาอาจจะร้อนจนละลายไปเลย ในตอนที่มือขาวๆ นั่นเลื่อนมาจับซิปกางเกงของเขาเอาไว้



“เดี๋ยวฉันจะแต่งตัวให้อย่างดีเลย คุณนายแบบ”




.

.

.




‘ตึง! โครม! กึก!’


เสียงดังโครมครามจากนอกห้องนอนเรียกให้คนที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆ ต้องย่นคิ้วอย่างหงุดหงิด และยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเสียจนต้องลุกจากเตียงนอนเพราะเสียงเจ้าปัญหานั่นไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดเสียที

หืม? เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นี่มัน...

แจจุงคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เขาช่วยยุนโฮเตรียมตัวไปทำงาน และกำล