[SF] +:+ Myself in the Mirror +:+ [Yunho x Yunho]
posted on 09 Jul 2009 17:44 by daikun in Myself-in-the-MirrorParing: Yunho x Yunho (???)
Author: ~#DN_LoveR#~
Author’s Note: และแล้วฟิคเรื่องใหม่แบบแหวกแนวก็ออกมาจนได้ คือ...อันนี้เป็นโปรเจ็คฟิคที่คิดอยากจะแต่งมานานแล้ว แต่ว่า ไม่รู้ว่ามันจะสนุกถูกใจคนอ่านรึเปล่านี่สิ เพราะไม่ค่อยเห็นใครแต่งแนวนี้กันนะ =__=” แถมเบลล์ไม่ค่อยแน่ใจด้วยว่าคนอ่านอ่านแล้วจะงงกันรึเปล่า ถ้าเรตติ้งดี ก็คงจะแต่งให้ครบห้าคนเลย (นั่น) แต่ถ้าคนไม่ค่อยชอบ เบลล์ก็อาจจะไม่ได้แต่งของคนอื่นต่อนะคะ อ่านแล้วงงหรือเป็นยังไงก็บอกกันได้นะคะ ตอนนี้เชิญอ่านฟิคกันตามสบายเลยค่า~
*คำเตือน* ใครไม่ชอบเรื่องออกแนวจิต ๆ อย่าอ่านนะคะ
+:+:+:+:+:+:+ Myself in the Mirror +:+:+:+:+:+:+
ภาพความทรงจำในอดีต...
มักจะเป็นสิ่งที่เราจดจำแล้วคิดถึงมันอยู่เสมอ...
คุณคิดว่ามันเป็นแบบนั้นจริงรึเปล่า?...
.
.
.
.
เสียงกดชัตเตอร์ดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในสตูดิโอชื่อดังแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มร่างสูงผิวสีแทนในชุดสไตล์ผู้ใหญ่หมุนตัวไปมาและโพสท่ามุมต่าง ๆ อยู่หลายมุม เพื่อจะให้ภาพถ่ายของตัวเองนั้นดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดต่อสายตาของผู้คนทั่วไป โดยที่ชายหนุ่มดูจะชำนาญกับการทำงานนี้เป็นอย่างมาก
“เอาล่ะ ขออีกรูปนะ รูปสุดท้ายแล้ว”
ช่างภาพฝีมือดีพูดบอกนายแบบด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจกับงานในครั้งนี้ ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นนายแบบเปลี่ยนมุมในการยืนอย่างชำนาญ ใบหน้าคมที่ดูเคร่งขรึมนั้นทำให้ชายหนุ่มดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก
“เรียบร้อย ยอดเยี่ยมมาก ยุนโฮ”
ช่างภาพเอ่ยชมนายแบบตรงหน้า ใบหน้าคมที่เคร่งขรึมเมื่อครู่ระบายยิ้มออกมาทันทีที่ได้รู้ว่างานเสร็จสิ้นลงแล้ว ยุนโฮก้มหัวพร้อมพูดขอบคุณพนักงานฝ่ายต่าง ๆ อย่างนอบน้อมเหมือนอย่างเคย พลางเดินออกมายังบริเวณห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย
“วันนี้ก็ตั้งใจทำงานเหมือนเดิมเลยนะ พี่ยุนโฮ”
เสียงโทนสูงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ยุนโฮหันไปตามทางเสียงนั้น และเมื่อได้เห็นใบหน้าของเจ้าของเสียง ร่างสูงก็ยกยิ้มรอยยิ้มประจำตัวขึ้นมาบาง ๆ ก่อนจะต่อบทสนทนากับหญิงสาวต่อไป
“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วล่ะ ยูริ”
“แหม~ พอได้โอกาสก็รีบพูดชมตัวเองเชียวนะ”
“ฮะ ๆ ๆ”
หญิงสาวตีที่แขนแกร่งเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่มร่างสูงได้เป็นอย่างดี
“ฉันว่าพี่ในมาดขรึม ๆ นี้ดูหล่อขึ้นเยอะเลยนะ ดูแล้วเหมือนมันแฝงอารมณ์ของแบดบอยอยู่ในตัวพี่อ่ะ > <~”
ยูริพูดชมออกมาตามที่ตัวเองคิด อดไม่ได้ที่จะแอบปลื้มอยู่ในใจลึก ๆ เพราะสไตล์การแต่งตัวของยุนโฮในครั้งนี้นั้นเธอเป็นคนเลือกและจัดการเองทั้งหมด หญิงสาวยกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ แต่ใช่ว่ายุนโฮนั้นจะไม่รู้ ร่างสูงจึงลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ ราวกับจะเป็นการขอบคุณ ก่อนจะขอผละตัวออกมาเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
ระหว่างทางเดินใช่ว่าเขาจะไม่โดนคนอื่น ๆ ยืนเรียกทักเขา ไม่ว่าใครจะเรียกเขา ส่วนใหญ่บทสนทนาก็ไม่ต่างอะไรกับที่เขาคุยกับยูริมากนัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพูดชมเขาเกี่ยวกับภาพลักษณ์แบบผู้ใหญ่ที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าเหมาะกับบุคลิกและใบหน้าของเขามาก และร่างสูงก็ทำเพียงแค่ยกยิ้มและพูดขอบคุณกับคนอื่น ๆ เพียงเท่านั้น
กว่าร่างสูงจะได้มายืนอยู่ในห้องแต่งตัวก็ใช้เวลานานอยู่พอสมควร ร่างสูงในตอนนี้ได้จัดการถอดเสื้อราคาแพงออกจากร่างกายสมส่วน พลางหยิบเสื้อยืดสีขาวของเขามาสวมทับ ยุนโฮใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงครู่เดียวก็เสร็จเรียบร้อย ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมองกระจกใสบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเพื่อตรวจสภาพเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดที่เขาพูดคุยกับทีมงานเมื่อครู่มันถึงได้ย้อนเข้ามาในหัวสมองของเขาซ้ำไปซ้ำมาก็ไม่รู้
...ฉันหล่อขนาดนั้นเลยรึไง?...
ยุนโฮตั้งคำถามกับตัวเองในใจ พลางจดจ้องใบหน้าของตัวเองในกระจก ใบหน้าเรียวได้รูปที่เนียนใส ดวงตาคมสีนิล คิ้วเข้มที่ทำให้ดูมีภาพลักษณ์เป็นคนจริงจัง จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่ดูเหมือนกับจะมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่เสมอ ร่างสูงจดจ้องอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะผละออกมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
...ก็คงไม่ได้หล่ออะไรขนาดนั้นหรอกน่า...
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ก่อนจะพาตัวเองเดินไปยังรถส่วนตัวที่จอดอยู่ไม่ไกลนักอย่างไม่เร่งรีบ เพื่อจะพาตัวเองกลับไปยังคอนโดเพื่อที่จะพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักมาทั้งวันเสียที...
...แต่การที่เราจดจ้องอะไรเป็นเวลานาน ๆ...
...เราก็มักจะจดจำภาพ ๆ นั้นได้อย่างแม่นยำและนึกถึงมันได้อย่างชัดเจนเสมอ...
...จริงมั้ยล่ะ?...
+:+:+:+:+:+:+ Myself in the Mirror +:+:+:+:+:+:+
ประตูคอนโดหรูถูกมือหยาบจัดการเปิดออก ก่อนจะตามด้วยร่างของยุนโฮที่แทรกเข้าไปด้านใน พลางปิดประตูและจัดการล็อกให้เรียบร้อย ยุนโฮรีบเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศตามห้องต่าง ๆ อย่างไม่นึกกลัวค่าไฟที่อาจจะสูงเสียจนน่ากลัวถ้าหากทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงใกล้ค่ำก็ตาม แต่อากาศในวันนี้มันกลับร้อนเสียจนเขานึกหงุดหงิดกับสภาพอากาศในวันนี้เป็นอย่างมาก
“เฮ้อ...ร้อน ๆ ๆ”
ยุนโฮบ่นอยู่คนเดียวพลางเดินเข้าไปยังห้องนอนของเขา เสื้อยืดสีขาวถูกถอดออกอย่างรวดเร็วเพื่อคลายร้อน เผยให้เห็นร่างกายสมส่วนของชายหนุ่มอย่างชัดเจน ยุนโฮโยนเสื้อไว้บนเตียงนุ่มอย่างไม่ใส่ใจ พลางทิ้งตัวลงนั่งตาม เตียงนุ่มยุบลงจากน้ำหนักตัวของร่างสูง เสียงถอนหายใจดังออกมาแผ่วเบาเมื่อยุนโฮรู้สึกว่าอากาศภายในห้องนั้นเริ่มจะเย็นขึ้นมาบ้างแล้ว
ใบหน้าคมหันไปมองรอบ ๆ ห้องอย่างเรื่อยเปื่อย เพราะตอนนี้เขาทำแค่นั่งอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้หายร้อนก็เพียงแค่นั้น ก่อนที่ใบหน้าคมจะหันไปมองที่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ติดผนังจากทางด้านซ้ายของเตียงใหญ่ พลางกรอกสายตาไปหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่ที่อยู่ติดกันกับตู้เสื้อผ้าที่เขามักจะใช้เวลาแต่งตัวอยู่ทุก ๆ วันอย่างไม่ได้นึกใส่ใจอะไร
กระจกบานใสสะท้อนให้ร่างสูงเห็นภาพใบหน้าคมเข้มเนียนใสและเรียวได้รูปที่ถูกล้อมกรอบด้วยทรงผมซอยสั้นระต้นคอสีน้ำตาลที่ดูจะเสียทรงเล็กน้อย หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าคมนั้นดูมีเสน่ห์ลดน้อยลง ดวงตาคมกับคิ้วเข้มที่ดูจริงจังแต่ก็ไม่ดูแข็งกร้าว จมูกโด่งเป็นสันรับกันกับใบหน้าเรียว บวกกับริมฝีปากอิ่มได้รูป ภาพใบหน้าของชายหนุ่มในกระจกนั้นช่างเป็นภาพที่ดูมีเสน่ห์ในสายตาของใครหลาย ๆ คนเสียจริง
...อืม...ดูไปดูมา...
...เราก็ดูหล่อ...นิดนึง...เนอะ...
ยุนโฮหลุดขำออกมาเล็กน้อยกับความคิดของตัวเองที่โผล่ขึ้นมาวูบหนึ่ง ร่างสูงยกยิ้มขำกับตัวเองในกระจก ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าคำพูดของคนอื่นจะทำให้เขานึกชมตัวเองขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ร่างสูงหันไปมองรอบ ๆ ห้องอีกรอบหนึ่ง ใบหน้าคมโยกหัวไปมาพลางผิวปากอย่างสบายใจ ก่อนจะมาหยุดมองที่กระจกอีกครั้งหนึ่ง
ในกระจกบานนั้นยังคงสะท้อนภาพเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนุ่มเหมือนเดิม หากแต่ใบหน้าคมเข้มที่เรียวได้รูปเหมือนกับเขาทุกประการนั้นกลับมีแววตาที่ดูแข็งกร้าว คิ้วเข้มนั้นยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูดุดันมากขึ้น ริมฝีปากอิ่มนั้นไม่มีร่องรอยของรอยยิ้มประดับอยู่แม้แต่น้อย บริเวณเหนือริมฝีปากมีหนวดขึ้นเล็กน้อยยิ่งทำให้คนในกระจกดูน่ากลัวมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
ยุนโฮสะดุ้งโหยง เบิกตากว้างอย่างตกใจ ร่างสูงแทบจะหลุดร้องออกมาเสียงหลง แต่เพียงแว่บเดียวภาพที่เขาเห็นในกระจกก็กลับกลายเป็นภาพของเขาเหมือนอย่างเดิม ราวกับว่าตัวเองนั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ ยุนโฮหอบหายใจพร้อมกับยกมือขึ้นมามาทาบไว้ที่หน้าผากตัวเอง มองให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นในกระจกนั้นคือภาพของตัวเองจริง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่อากาศในห้องก็เริ่มเย็นพอสมควร แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าใบหน้าของเขามีเหงื่อไหลออกมามากเสียจนเขายังประหลาดใจ
ร่างสูงที่หอบหายใจอย่างหนักเบือนหน้าหนีออกจากกระจก ตอนที่เขาเห็นภาพใบหน้าของตนที่เปลี่ยนไปเขาแทบจะลืมหายใจไปเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ราวกับว่าร่างกายเขาได้หลงลืมวิธีการที่จะขยับเขยื้อนตัวไปเสียแล้ว เขาไม่กล้าจะขยับตัว ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองนั่งหอบหายใจอยู่กับที่ พร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า “ความกลัว” ที่กำลังกอบกุมไปทั่วจิตใจของเขาอย่างช้า ๆ
...เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ?...
ภาพที่เขาได้เห็นเพียงแว่บเดียว แต่มันกลับชัดเจนในความทรงจำของเขาเสียเหลือเกิน ยุนโฮส่ายหัวไปมาราวกับต้องการให้ภาพที่ตนเห็นนั้นหายไปจากความทรงจำของตัวเอง ยุนโฮหันไปมองที่กระจกอีกครั้งด้วยแววตาที่สั่นไหว สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงแค่ภาพของเขาเอง ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขารู้สึกโล่งอก แต่ในใจมันกลับสั่นไปด้วยความหวาดกลัวที่จะหันกลับไปมองกระจกบานนี้เสียเหลือเกิน
...ทำไมฉันถึงเห็นภาพของตัวเองเปลี่ยนไป?...
...ตาฝาดงั้นเหรอ?...
...ทำไมฉันถึงต้องเห็นภาพของตัวเองในอดีตด้วย?...
ร่างสูงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ขาเรียวยาวรีบก้าวพาตัวเองเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะล้างหน้าให้หายกังวลลง สายน้ำที่ไหลลงมาจากก๊อกลงสู่มือหยาบถูกกวักให้ขึ้นมากระทบกับใบหน้าคมครั้งแล้วครั้งเล่า ความเย็นของน้ำนั้นดูเหมือนจะช่วยบรรเทาไปได้เล็กน้อย แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่ก๊อกน้ำจะถูกปิดลง พร้อมกับใบหน้าคมที่เปียกชุ่มที่เงยขึ้นโดยที่ร่างสูงนั้นไม่คิดจะหาอะไรมาเช็ดใบหน้าเลยแม้แต่นิด
ทันทีที่ร่างสูงเงยหน้าขึ้น ใบหน้าคมก็สะท้อนกับกระจกบานเล็กที่ติดอยู่บริเวณเดียวกันกับอ่างล่างหน้า ใบหน้าคมเนียนใสที่เต็มไปด้วยหยดน้ำมากมายกับปลายผมที่เปียกลู่ไปกับใบหน้าเรียวบางส่วนนั้นทำให้คนในกระจกดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ดวงตาคมที่ดูจริงจังแต่ไม่แข็งกร้าวนั้นแทบจะทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นนั้นไม่อาจจะลืมเลือนแววตานั้นได้ มือหยาบค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบกับกระจกใสที่เย็นเฉียบด้วยความรู้สึกในใจที่ตีกันมั่วไปหมด
...นี่ฉันคงจะแค่ตาฝาดจริง ๆ ใช่มั้ย?...
...ไม่มีอีกแล้ว...จะต้องไม่มียุนโฮในอดีตคนนั้นอีกแล้ว...
มือหยาบที่วางทาบอยู่กับกระจกบานใสกำเข้าหากันแน่น เพียงแค่นึกถึงตัวเองในอดีต...ยุนโฮก็รู้สึกอึดอัดและสับสนไปหมด
ยุนโฮในตอนนี้ คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูมีเสน่ห์ในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก หน้าตา ลักษณะนิสัย ความสามารถในหลาย ๆ ด้าน ทุก ๆ สิ่งของยุนโฮนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายนั้นต่างชื่นชมและหลงรักกันเป็นอย่างมาก หากแต่ไม่เคยมีใครที่ได้รับรู้ถึงตัวตนของยุนโฮในอดีตเลยแม้แต่คนเดียว
“...ยุนโฮในอดีต...มันไม่มีอีกแล้วล่ะ”
...ชองยุนโฮที่ไม่เคยสนใจสิ่งใดบนโลกใบนี้...
...ชองยุนโฮที่สนใจแต่ตัวเองเพียงอย่างเดียว...
...ไม่มี...ต้องไม่มีชองยุนโฮคนนั้น...
ร่างสูงพาตัวเองไปที่ตู้เย็นเพื่อหาน้ำมาดื่มให้รู้สึกสดชื่นขึ้น และเพื่อลดความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ ขวดน้ำขนาดปานกลางถูกมือหยาบยกขึ้นสูงเพื่อให้น้ำเย็นได้ไหลลงสู่ลำคอ ใช้เวลาไม่นานนัก น้ำขวดนั้นก็ถูกร่างสูงโยนทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี
...ทำไมเราถึงรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้นะ?...
มือหยาบยกขึ้นยีหัวตัวเองไปมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด สภาพของยุนโฮที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอนั้นกลับเลือนหายไปโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ร่างสูงเม้มริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง ยิ่งคิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งพบเจอ มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเขานั้นกำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปเสียอย่างนั้น
“...นอนดีกว่าเรา”
ยุนโฮพูดกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนล้ายิ่งนัก ขาเรียวยาวพาตัวเองกลับไปยังห้องนอนอีกครั้ง แต่พอต้องเดินผ่านกระจกที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงนุ่มนัก มันก็ทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะสะบัดหัวไปมาแรง ๆ เพื่อไล่ความคิดบ้า ๆ ออกไป พลางก้าวขาเดินไปยังเตียงนุ่มต่อ
...ลืม ๆ มันไปได้แล้ว...ชองยุนโฮ...
...จำไว้...สิ่งที่นายเห็น...มันก็แค่ตาฝาดไปก็เท่านั้น...
ร่างสูงจัดการปิดไฟให้เรียบร้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ผ้านวมผืนนุ่มถูกดึงขึ้นมาปกคลุมร่างของชายหนุ่มจนมาถึงศีรษะ ราวกับว่าเขากำลังหวาดกลัวอะไรอยู่สักอย่าง เปลือกตาสีเข้มเลื่อนลงปิดดวงตาคมจนไม่เห็นสิ่งใด ๆ เพื่อให้ตัวเองนั้นได้เข้าสู่ห้วงแห่งนิทรา หากแต่ในใจของเขานั้นกลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่นิด...
...ยุนโฮพยายามที่จะข่มตาหลับ...
...และพยายามที่จะลืมในสิ่งที่ตนได้เห็น...
...แต่ยุนโฮเคยลองย้อนกลับไปดูสักครั้งมั้ยนะ...
...ว่าการที่ตัวเองไม่อาจจะลืมในสิ่งที่ตนได้เจอนั้น...
...ภายในใจของเขา...กำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่นะ?...
+:+:+:+:+:+:+ Myself in the Mirror +:+:+:+:+:+:+
ยามเช้าของวันใหม่มาถึงอีกครั้ง ช่วงเวลาในยามเช้าคือสิ่งที่ยุนโฮชื่นชอบเป็นที่สุด เพราะมันจะทำให้เขารู้สึกสดใสและมีความสุขเป็นอย่างมาก แต่ในวันนี้เขากลับรู้สึกว่าเช้านี้มันไม่น่าสดใสเอาเสียเลย เมื่อคืนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ก็เรียกได้ว่าเกือบจะถึงเช้าวันใหม่แล้วด้วยซ้ำ ร่างสูงในสภาพที่ดูโทรมนิด ๆ ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงนุ่มอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะพาตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวสำหรับการไปทำงานถ่ายแบบในวันนี้
สายน้ำเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นที่พุ่งออกมาจากฝักบัวไหลลงมากระทบกับผิวสีแทนจนเปียกชุ่ม ร่างสูงจัดการชำระล้างร่างกายเพื่อเรียกความสดชื่นให้กับตัวเอง และเพื่อไล่ความงัวเงียที่ยังหลงเหลืออยู่ให้หมดไป ยุนโฮจัดการล้างหน้าตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนมือไปปิดก๊อกให้น้ำหยุดไหล แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดร่างกายของตัวเองให้แห้งให้เรียบร้อย
แล้วร่างสูงก็กลับมายังห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง ในสภาพที่มีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนใหญ่ปกปิดร่างกายท่อนล่างเพียงชิ้นเดียว ยุนโฮจัดการเลือกเสื้อผ้าสบาย ๆ มาใส่ตามสไตล์ที่เขาชอบ เสื้อยืดสีเข้มที่ค่อนข้างพอดีตัว กับกางเกงยีนส์สีซีดที่ขาดเล็กน้อยแต่ดูมีสไตล์ถูกหยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
กางเกงยีนส์ถูกหยิบมาสวมใส่อยู่บนเรือนร่างของร่างสูงก่อนเป็นชิ้นแรก ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกดึงออกจากเอวหนาย้ายไปวางอยู่บนเตียงนุ่มของเขา ร่างสูงหันไปหยิบเสื้อยืดมาใส่บ้าง เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ยุนโฮก็มาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเพื่อที่จะจัดทรงผมให้ดูดีเตรียมพร้อมกับการที่จะต้องไปพบเจอกับผู้คนภายนอกในวันนี้
แต่พอมายืนอยู่ตำแหน่งนั้น มันกลับทำให้ร่างสูงนึกถึงสิ่งที่เขาพบเห็นไปเมื่อคืนนี้ รู้สึกเหมือนหัวใจมันเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว หรือความรู้สึกอะไรที่เขาก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก ในตอนนี้ภาพที่เขาเห็นภายในกระจกนั้นคือภาพของตัวของเขาเอง ชองยุนโฮในปัจจุบัน พอได้เห็นแบบนั้น มันทำให้เขารู้สึกโล่งอกจนต้องถอนหายใจออกมากันเลยทีเดียว
เจลล์จัดทรงผมถูกบีบลงบนฝ่ามือหยาบ ยุนโฮจัดการใช้เจลล์นั่นลูบไปตามเส้นผมและจัดทรงผมให้อยู่ในทรงตามที่เขาต้องการ ร่างสูงเอื้อมไปหยิบหวีที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันกับตู้เสื้อผ้ามาแต่งทรงผมอีกเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเข้าที่แล้วร่างสูงก็ระบายยิ้มออกมาอย่างสดใส
ยุนโฮหันไปเก็บหวีที่หยิบมาให้เรียบร้อย พลางหันใบหน้าคมกลับมามองที่กระจกอีกครั้งเพื่อที่จะเช็คความเรียบร้อยของทรงผมและเสื้อผ้าของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกไปทำงานในเช้าวันนี้
ภาพในกระจกสะท้อนภาพใบหน้าคมที่มีแววตาแข็งกร้าวจนน่ากลัว คิ้วหนาที่ทำให้ใบหน้าคมดูจริงจังยิ่งทำให้ดวงตาคมดูดุดันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากอิ่มที่ไม่มีรอยยิ้มใด ๆ บวกกับใบหน้าคมที่มีหนวดบาง ๆ นั้น มันทำให้ร่างสูงนั้นดูน่ากลัวเสียเหลือเกิน
ภาพที่เห็นจากกระจกในระยะใกล้นั้นมันทำให้ยุนโฮแทบจะหยุดหายใจ ร่างสูงผละตัวออกห่างจากกระจกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมเบิกกว้าง รู้สึกว่าขาของตัวเองที่เดินก้าวถอยหลังออกห่างจากกระจกนั้นอ่อนแรงลงอย่างไร้สาเหตุ จนสุดท้ายร่างสูงต้องทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ อยากจะตะโกนร้องออกมา...แต่กลับร้องไม่ออก รู้สึกร่างกายมันสั่นไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กระตุกวูบจนเขารู้สึกเจ็บเป็นอย่างมาก
“ไม่...”
เสียงทุ้มแผ่วเบานั้นสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็น ทั้ง ๆ ที่เขาทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้ว แต่ภาพในกระจกกลับยังยืนอยู่อย่างเช่นปกติ เขารู้สึกเหมือนตัวเองในกระจกกำลังมองมาที่ตน ยิ่งรู้สึกแบบนั้นมันยิ่งทำให้ร่างของเขาสั่นยิ่งกว่าเดิม แต่แล้วภาพนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ร่างสูงก็ยังไม่ทันรู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าภาพในกระจกนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่
ยุนโฮมองตัวเองที่ทรุดลงนั่งกับพื้นห้องที่กระจกตรงหน้า ร่างสูงหอบหายใจออกมาราวกับเขาเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนักยังไงอย่างนั้น แขนแกร่งยันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะมีอาการหอบหายใจเบาลงก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกว่าก้อนเนื้อในอกซ้ายมันยังเต้นระรัวอย่างหนักอยู่เช่นเดิม
...อีกแล้ว...เห็นอีกแล้ว...
...ไม่...อย่าไปสนใจสิ...มันก็แค่ตาฝาดไปไม่ใช่เหรอไง?...
ยุนโฮพยายามคิดปลอบใจตัวเอง หากแต่เขาก็รู้ดีว่าจริง ๆ แล้วความรู้สึกภายในใจเขานั้นไม่ได้รู้สึกเหมือนกับในสิ่งที่เขาคิดเลยแม้แต่นิด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงต้องรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เห็นมากถึงขนาดนี้ด้วยนะ
“...ไปทำงานดีกว่า”
ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องนั่งเล่น เพื่อไปหยิบเป้คู่ใจเวลาออกไปทำงาน ก่อนจะพาตัวเองออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วเพื่อไปทำงานในตอนเช้า หรืออีกอย่างหนึ่ง...ก็เพื่อที่จะให้ตัวของเขาลืมภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี่เสียที...
+:+:+:+:+:+:+ Myself in the Mirror +:+:+:+:+:+:+
การทำงานในวันนี้ยังคงผ่านไปได้อย่างราบรื่น ร่างสูงยังคงตั้งใจทำงานอยู่เช่นเดิม เผลอ ๆ วันนี้ความตั้งใจในการทำงานดูจะมีมากกว่าปกติด้วยซ้ำไป ในวันนี้การถ่ายแบบจึงเสร็จเรียบร้อยโดยที่ใช้เวลาไปเพียงไม่นานเท่านั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมงานทุกคนต่างยิ้มแก้มปริไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว
“วันนี้ตั้งใจทำงานเป็นพิเศษเลยนะ~”
หญิงสาวทักทายพร้อมกับตบหลังแกร่งเบา ๆ เรียกให้ใบหน้าคมต้องหันไปมองเจ้าของเสียงอันแสนคุ้นเคย เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ทัก ร่างสูงก็ยกยิ้มบาง ๆ ออกมาเหมือนกับปกติ
“ฉันก็ตั้งใจเหมือนกับทุก ๆ วันนั้นแหละ”
ยุนโฮเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มประจำตัวแต่ติดจะดูทะเล้นสักหน่อย ยูริเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตีแขนแกร่งเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้นายแบบคนสนิท หญิงสาวกำลังจะเอ่ยพูดต่อ แต่เสียงทุ้มกลับเอ่ยแทรกดักขึ้นมาก่อนเสียอย่างนั้น
“เดี๋ยวฉันขอกลับเลยละกันนะ โทษทีนะยูริ ที่วันนี้คงไม่ได้อยู่เป็นคนนั่งฟังเธอพูดเรื่องนู่นนี่กรอกใส่หูน่ะ”
“อ้าว อะไรยะ พูดแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย”
“ก็อย่างที่พูดนั่นล่ะ ฮะ ๆ ๆ”
“เดี๋ยวเถอะ! อืม...แต่ถ้าพี่ยุนโฮจะกลับเลยก็ได้นะ ฉันไม่เป็นไรหรอก ขับรถดี ๆ ล่ะพี่ เดี๋ยวฉันก็ต้องไปทำงานต่อแล้ว”
ยูริไม่ได้ยื้อให้ร่างสูงอยู่เป็นเพื่อนแต่อย่างไร ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะรู้อยู่ในใจก็ตามทีกับพฤติกรรมที่ดูแปลกไปเล็กน้อยของนายแบบคนสนิท ที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่คนสนิทคนหนึ่งของเธอเลยทีเดียว เผลอ ๆ อาจจะเหมือนเพื่อนกันมากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไป เพราะเธอคิดว่าผู้ชายคงจะไม่ยอมบอกอะไรออกมาง่าย ๆ อยู่แล้ว นอกเสียจากว่ายุนโฮอยากจะมาเล่าให้เธอฟังกับปากของเขาเอง
...ตอนช่วงพักระหว่างการถ่ายแบบ...ตอนที่ยุนโฮนั่งพักอยู่คนเดียวก่อนหน้านี้...
...เหมือนยุนโฮกำลังจะครุ่นคิดถึงเรื่องอะไรสักอย่าง...
“อื้ม ตั้งใจทำงานล่ะ”
ยุนโฮเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ทั้งสองจะพูดลากันเล็กน้อยแล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกไปตามสถานที่ที่ตนจะต้องไปทำภารกิจต่อ ขาเรียวยาวพาร่างสูงเข้ามาอยู่ภายในห้องแต่งตัวเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเดิมให้เรียบร้อย เขาจะได้ออกไปเที่ยวหรือทำอะไรเป็นการพักผ่อนต่อเสียที
เสื้อผ้าหรูหราราคาแพงที่อยู่บนร่างกายสมส่วน ถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นเสื้อผ้าธรรมดาที่ดูสบาย ๆ เหมือนกับในตอนแรก ร่างสูงใช้เวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงเล็กน้อย และเมื่อเสร็จเรียบร้อย เขาก็หันไปมองกระจกเพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยในการแต่งตัวของเขาตามนิสัย หากแต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองกระจกทีไร เขาก็ต้องหวนนึกถึงภาพตัวเองอีกภาพหนึ่งในกระจกไปเสียทุกที
ยุนโฮมองภาพตัวเองในกระจกนิ่ง มองโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงต้องมายืนส่องกระจกมองภาพของตัวเองอยู่แบบนี้ ใบหน้าคมที่ใคร ๆ ต่างก็หลงใหล แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้...เวลาที่เขาได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเอง เขากลับรู้สึกเหมือนในใจเขากำลังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจนัก
ยิ่งมองภาพตัวเอง จู่ ๆ เขาก็เหมือนกับจะเห็นภาพซ้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ภาพใบหน้าของตัวเองในปัจจุบันถูกซ้อนด้วยภาพใบหน้าคมที่ดูเย็นชาและน่ากลัวในอดีต ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้สึกตัวว่าเหมือนเห็นภาพซ้อน แต่ในครั้งนี้เขากลับไม่มีความรู้สึกกลัวเหมือนกับครั้งก่อน ๆ เลยแม้แต่นิด
...ใบหน้าคมที่ดูเรียบเฉยจนดูเย็นชา...และน่ากลัว...
...จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าคมที่เรียวสวย...
...ริมฝีปากอิ่มที่ไร้รอยยิ้ม...
...ไรหนวดที่บริเวณเหนือริมฝีปากทำให้ดูน่ากลัว...แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ให้กับใบหน้าคมนั่น......และดวงตาคมที่ดูแข็งกร้าว...หากแต่มันทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้เลย...
ร่างสูงที่รู้สึกเหมือนเห็นภาพซ้อนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกตัวจนต้องหลุดออกจากภวังค์ที่ตนเป็นคนสร้างขึ้น ยุนโฮกระพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงงกับพฤติกรรมของตัวเอง เมื่อคิดได้เขาก็รีบสะบัดหัวไปมาอย่างแรงราวกับกำลังจะขับไล่สิ่งที่อยู่ภายในหัวออกเสียยังไงอย่างนั้น
...เมื่อกี้นี้...เราเผลอคิดบ้าอะไรไปวะเนี่ย...
...สงสัยคงจะกังวลมากไปหน่อยล่ะมั้ง...
ร่างสูงเดินออกจากห้องแต่งตัวไปยังรถส่วนตัวของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะไปหาที่เที่ยวสักแห่งหนึ่งแล้วเดินเที่ยวให้รู้สึกสบายใจเสียหน่อย เพราะช่วงนี้เขาแทบจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย เนื่องจากงานถ่ายแบบที่ดูจะมีมากขึ้นทุก ๆ วัน
ประตูด้านคนขับถูกเปิดออก ก่อนจะถูกปิดลงเมื่อร่างสูงได้เข้าไปนั่งอยู่ด้านในตัวรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจัดการสตาร์ทรถพร้อมกับบังคับให้ยานพาหนะส่วนตัวเริ่มขยับเคลื่อนไปข้างหน้า
ระหว่างที่ขับรถไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ยุนโฮก็นั่งนึกว่าเขาจะไปเที่ยวที่ไหนดี สถานที่เที่ยวหลากหลายแห่งเริ่มโผล่ขึ้นมาภายในหัว ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนร่างสูงก็อยากจะไปเที่ยวมันซะให้ครบเสียจริง เพราะเขาห่างหายจากการเดินเที่ยวเล่นมาเป็นเวลานานพอสมควรเลยทีเดียว
...เอ...หรือว่าจะไปเที่ยวที่เมียงดงดี...
ทั้ง ๆ ที่คิดไว้แบบนั้น แต่เส้นทางที่ร่างสูงกำลังขับเคลื่อนไปนั้นมันกลับไม่ใช่เส้นทางที่จะพาเขาออกไปเที่ยว แต่กลับเป็นเส้นทางที่เขาคุ้นเคย เส้นทางที่เขาต้องขับรถผ่านทุก ๆ วัน...เส้นทางที่จะกลับไปยังคอนโดของเขา
รู้สึกตัวอีกที ร่างสูงก็มาหยุดยืนพร้อมกับเป้คู่ใจอยู่หน้าประตูคอนโดของตัวเองเสียแล้ว ยุนโฮยืนนิ่งไม่ยอมเปิดประตูเข้าไปเสียที เขากำลังสงสัยกับพฤติกรรมของตัวเองในตอนนี้ รู้สึกสับสนไปเสียหมด ตอนนี้เขากำลังคิดอยากจะไปเที่ยวไม่ใช่หรือไง แต่ทำไมจู่ ๆ เขาถึงพาตัวเองกลับมาที่คอนโดเสียอย่างนั้นล่ะ?
...เหมือนใจมันกำลังต้องการเจอกับอะไรบางอย่าง...
...บางสิ่งบางอย่าง...ที่เขาไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่ตัวเองคิดอยู่หรือเปล่า...
ยุนโฮเปิดประตูพร้อมกับแทรกตัวผ่านเข้าไป พลางปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ร่างสูงเดินลากเท้าเข้าไปยังส่วนของห้องนั่งเล่น เป้คู่ใจถูกวางลงบนโซฟานุ่มสีเข้ม หน้าโซฟามีโต๊ะกระจกตัวเล็ก ๆ ที่มีนิตยสารสองสามเล่มถูกวางอยู่บนนั้น มือหยาบเอื้อมไปหยิบนิตยสารตรงหน้ามาหนึ่งเล่ม ก่อนจะเดินออกมาจากตำแหน่งนั่น
ทั้ง ๆ ที่เขาจะนั่งอ่านตรงที่โซฟาเลยก็ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะมานั่งอ่านนิตยสารภายในห้องนอน ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม โดยที่หันหน้าเข้าหากระจกที่เขาใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน ดวงตาคมจดจ้องไปที่กระจกบานใสตรงหน้า ราวกับต้องการอยากจะเห็นอะไรสักอย่าง
...แต่ก็มีเพียงแค่ภาพของเขาสะท้อนกลับมาเพียงเท่านั้น...
นิตยสารเล่มค่อนข้างหนาภายในมือถูกร่างสูงเปิดออก ใบหน้าคมก้มลงเล็กน้อยเพื่อกรอกสายตาอ่านใจความบนกระดาษที่เต็มไปด้วยสีสันและรูปภาพมากมายอย่างช้า ๆ เพื่อผ่อนคลายจากการทำงานที่เขาเพิ่งผ่านมาจากเมื่อเช้านี้
ภายในห้องนอนมีเพียงแค่เสียงเปิดหน้านิตยสารเท่านั้นที่ทำให้ห้องนั้นยังคงมีเสียงอยู่บ้าง แต่มันก็ค่อนข้างที่จะเงียบจนเกินไป ความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ มันส่งผลให้สมาธิในการอ่านของร่างสูงเริ่มลดลงทีละน้อย จนต้องเผลอคิดถึงเรื่องอื่นที่ตนกำลังนึกสงสัยอยู่ในใจเรื่องแล้วเรื่องเล่า
...โดยที่เขาไม่ได้นึกเลยว่า...ที่ตนไม่มีสมาธิในการอ่านนั้น...
...อาจจะเป็นเพราะเขามีเรื่องสงสัยอยู่ภายในใจตั้งแต่แรกแล้วก็ได้...
ใบหน้าคมเงยขึ้นมองกระจกอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นเหมือนกับในตอนแรก เขาเห็นตัวเองกำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่บนเตียงนุ่ม ยุนโฮยังคงจ้องมองกระจกอยู่อย่างนั้น จนเขารู้สึกเหมือนเห็นภาพตัวเองอีกคนหนึ่งกำลังโผล่ขึ้นมาซ้อนทับใบหน้าของเขาในตอนนี้อีกครั้ง แต่เพียงแว่บเดียวภาพซ้อนนั้นก็เลือนหายไปในทันที
...ตาฝาด...งั้นเหรอ...
ยุนโฮนึกคิดอยู่ภายในใจ ช่วงไม่กี่วินาทีที่เขาได้เห็นภาพซ้อนภายในกระจก เขารู้สึกเหมือนหัวใจมันเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ภาพที่เห็นเพียงไม่กี่วินาทีมันกลับเป็นภาพที่ชัดเจนในความทรงจำของเขาเป็นอย่างมาก แต่เขาก็อยากจะเห็นอีกสักครั้ง...อยากเห็นภาพเมื่อครู่ให้ชัด ๆ กับตาคู่นี้ของเขา
...กี่ครั้งแล้วนะ...ที่ฉันคิดถึงภาพในตอนนั้น...
...นับได้รึเปล่า...ว่าวันนี้ฉันคิดถึงภาพในตอนนั้นไปกี่ครั้งกันแล้ว...
ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่กับความคิดบางอย่างของตัวเองอยู่นานพอสมควร ก่อนที่เขาจะก้มลงอ่านนิตยสารภายในมือต่อ โดยที่ดวงตาคมก็คอยเหลือบมองกระจกบานใสตรงหน้าอยู่เป็นระยะ ๆ โดยที่ร่างสูงก็ยังคงสับสน...ว่าที่เขาเป็นแบบนี้ มันเป็นเพราะอะไรกันแน่
+:+:+:+:+:+:+ Myself in the Mirror +:+:+:+:+:+:+
ในตอนนี้ช่วงเวลายามค่ำคืนได้ปกคลุมไปทั่วเมืองแล้ว แสงแดดที่ส่องสว่างจากภายนอก แปรเปลี่ยนเป็นแสงไฟที่มีสีสันสวยงามมากมายประดับไปทั่วเมือง ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มร่างกายสมส่วนที่บนร่างกายยังดูจะมีหยดน้ำเกาะอยู่ประปรายเล็กน้อย ในตอนนี้ร่างสูงใส่เพียงแค่กางเกงขายาวสีดำเพียงตัวเดียวเท่านั้น ขาเรียวยาวก้าวเดินพาตัวเองกลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนที่เขาจะเดินมาอาบน้ำเมื่อไม่นานมานี้
ช่วงเวลาหลังเสร็จงานถ่ายแบบ เขาไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ว่าทำไมเขาถึงยอมทำในสิ่งดูจะไร้สาระเป็นอย่างมาก เขานั่งอ่านนิตยสารเล่มเดียวอยู่ในห้องนอนตลอด นิตยสารเพียงเล่มเดียว แต่เขากลับนั่งอ่านโดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะระหว่างการอ่านนั้น บางครั้งเขาก็ละสายตาออกมาจากสิ่งที่อยู่ภายในมือ แล้วหันไปมองกระจกที่อยู่ตรงหน้าเป็นเวลานานอยู่หลายครั้งหลายคราเลยทีเดียว
เป็นอีกครั้งที่ร่างสูงกลับมานั่งอยู่บนเตียงนุ่มพร้อมกับหันหน้าเข้าหากระจก ดวงตาคมจดจ้องไปที่กระจกบานใสตรงหน้านิ่ง กี่ครั้งกันแล้วที่เขามานั่งมองอยู่แบบนี้...กี่ชั่วโมงแล้วนะที่เขายอมมานั่งอยู่ตรงนี้โดยที่ไม่ได้รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิด...
ภาพใบหน้าที่ร่างสูงได้เห็นแต่ละครั้งนั้นมันเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ภาพใบหน้านั้นกลับฝังลึกลงไปในความทรงจำของเขาเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน เขาก็จดจำมันได้เป็นอย่างดี
...ใบหน้าคมที่ดูเย็นชาและแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว...
...แต่มันกลับดูมีเสน่ห์จนหลงใหล...
...ริมฝีปากที่ไร้รอยยิ้มที่มีหนวดขึ้นประปราย...
...แต่มันกลับดูน่าสัมผัสจนยากที่จะลืมเลือนไปได้...
...ร่างกายกำยำสมส่วนบวกกับผิวสีแทนนั่น...
...ช่างดูเหมาะสมกับร่างของคน ๆ นั้นเสียเหลือเกิน...
...เหมาะ...เหมาะสม...ทุกอย่างของคน ๆ นี้มันช่างดูน่าหลงใหลเหลือเกิน...
ยุนโฮยังคงนั่งมองกระจกนิ่ง ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกเขาไม่อยากจะเห็นภาพของตัวเองในอดีต แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกโหยหาภาพนั้นเสียเหลือเกิน อยากจะเห็นอีกสักครั้ง อยากจะจดจำภาพ ๆ นั้นแบบชัด ๆ อีกสักครั้งหนึ่ง
...ทำไมวันนี้ถึงไม่เห็นอีกสักครั้งนะ...
...ฉันอยากเห็น...อยากจะเห็นไปอีกนาน ๆ...
ดวงตาคมของเขารู้สึกเหมือนเห็นภาพซ้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น และพอจ้องมองไปเรื่อย ๆ หัวใจมันก็เริ่มเต้นแรงจนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งอก ภาพใบหน้าคมที่ดูน่ากลัวกำลังอยู่บนกระจกบานใสตรงหน้า ใบหน้าคมที่เขาต้องการเห็นอีกสักครั้งกำลังอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ร่างสูงลุกพรวดพร้อมกับก้าวเดินไปยืนอยู่หน้ากระจกอย่างรวดเร็ว
...เห็นแล้ว...ในที่สุดก็ได้เห็นแล้ว...
...ใบหน้าคมที่ดูน่ากลัว...แต่ก็ดูหล่อ...และมีเสน่ห์อันน่าหลงใหล...
ยุนโฮมองภาพอีกคนหนึ่งที่อยู่ในกระจก รู้สึกเหมือนดวงตาคมที่แข็งกร้าวกำลังจ้องมองมาที่เขา ก้อนเนื้อในอกซ้ายมันก็ยิ่งเต้นระรัว เขาไม่อาจจะละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้เลย เขากำลังจดจำรายละเอียดทุกอย่างของคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
...อยากจะสัมผัสเรือนร่างตรงหน้านี่เหลือเกิน...
ร่างสูงหยุดมองอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่ไร้รอยยิ้ม เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ในสมองของเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ขาเรียวของเขาค่อย ๆ ขยับก้าวเดินเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้นอย่างช้า ๆ จนร่างของเขาแทบจะแนบชิดไปกับกระจกตรงหน้า
ยิ่งได้เห็นภาพของตัวเองในอดีตที่อยู่บนกระจกใสก็ยิ่งเหมือนกับเขากำลังถูกมนต์สะกดให้จ้องมองกับดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้น ทั้งสองสบตากันนิ่ง ความหวาดกลัวที่ยุนโฮเคยมีในตอนแรกมันไม่มีอีกแล้ว...เหลือไว้แต่เพียงความต้องการที่เริ่มก่อตัวอยู่ภายในใจของเขามากขึ้น...มากขึ้น...
ยุนโฮเลื่อนมือไปวางทาบอยู่บนกระจก ก่อนจะตามด้วยริมฝีปากที่เลื่อนไปทาบกับกระจกใสโดยที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกันกับริมฝีปากของเขา สัมผัสเย็นเฉียบจากกระจกนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับร่างสูงเลยแม้แต่นิด แต่ร่างสูงกลับรู้สึกหลงใหลกับการจูบในครั้งนี้อย่างประหลาด
...หวาน...
ริมฝีปากอิ่มผละออกมาอย่างเชื่องช้า ไม่อยากจะให้จูบนี้เลือนหายไปเลยแม้แต่นิด ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความหมายสบตากับดวงตาที่ดูแข็งกร้าวนิ่ง ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“......รัก”
เพียงแค่คำเดียวที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ยุนโฮเม้มริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นเส้นตรง รู้สึกสับสนอยู่ลึก ๆ สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี่เป็นเพราะอะไรกันแน่ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับที่เขาพูดออกมาจริงหรือเปล่า ใบหน้าคมก้มลงต่ำ ยิ่งคิดถึงสิ่งที่เขากำลังทำลงไป มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกสับสนมากขึ้นทุกที
...นี่ฉันกำลังเป็นอะไรกันแน่นะ...
ยุนโฮก้มหน้านิ่ง ปล่อยให้ตัวเองนึกทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาคืออะไร ตอนนี้ในหัวของเขามันมีแต่ภาพของตัวเอง...ภาพตัวของเขาเองในอดีต ร่างสูงส่ายหัวไปมาอย่างแรง ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นฟุ้งซ่านเกินไปอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
“...นอนดีกว่าเรา”
ร่างสูงผละตัวห่างออกมาจากกระจก พลางหันหลังเดินไปยังเตียงนุ่ม เพื่อที่จะเข้านอนเตรียมตัวพบเจอกับเช้าวันใหม่ ไฟภายในห้องนอนถูกปิดลง ก่อนจะตามด้วยร่างของยุนโฮที่ทิ้งตัวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน และรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจ ผ้านวมผืนนุ่มถูกนำมาคลุมร่างกายสมส่วนไว้จนมิด และร่างสูงก็นอนโดยการหันหลังให้กับกระจกซึ่งเป็นท่านอนประจำที่เขามักจะนอนอยู่ทุก ๆ คืน
...หากแต่ยุนโฮกลับไม่ทันได้สังเกตเลยแม้แต่นิด...
...ว่าภาพของตัวเองในอดีตที่อยู่ในกระจกนั้น...
...มันยังคงอยู่เหมือนเช่นเดิม...
ยุนโฮขยับตัวไปมาเล็กน้อย แต่เปลือกตาสีเข้มก็ยังคงปกปิดนัยน์ตาคมไว้เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่เขาก็ห่มผ้าห่มแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่าวันนี้อากาศภายในห้องมันเย็นผิดปกติ แต่พอคิดได้ว่าวันนี้ตัวเองใส่แต่กางเกงนอนเท่านั้น ร่างสูงจึงไม่ได้ติดใจกับสภาพอากาศภายในห้องมากนัก
วงแขนแกร่งเอื้อมมากอดเอวของร่างสูงจากทางด้านหลัง พร้อมกับออกแรงดึงจนหลังของยุนโฮสัมผัสกับร่างกายท่อนบนของอีกฝ่ายจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ร่างสูงสะดุ้งเฮือกพร้อมกับเปลือกตาสีเข้มถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมหันขวับไปมองเจ้าของวงแขนแกร่ง ถึงแม้ว่าภายในห้องจะไม่ได้เปิดไฟ แต่แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาภายในห้องนอนก็ทำให้เขาเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ และทันทีที่ดวงตาคมเห็นใบหน้าของคน ๆ นั้น ร่างสูงก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ
ใบหน้าที่เขาคุ้นเคย ใบหน้าคมที่เหมือนกับเขาทุกประการ หากแต่ดวงตาคมนั้นช่างดูแข็งกร้าว หนวดที่ขึ้นบริเวณริมฝีปากเล็กน้อยทำให้คน ๆ นี้ดูแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว ตอนนี้ใบหน้าของยุนโฮอยู่ห่างกับอีกฝ่ายไม่ถึงคืบ ทันทีที่เขาได้สบตากับดวงตาคมที่ดูแข็งกร้าวคู่นั้น มันราวกับเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในมนต์สะกด เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือเบนสายตาหนีจากอีกฝ่ายเลย
...นี่มันอะไรกัน...
...ไม่จริงน่า...นี่มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย...
ยุนโฮกำลังตกใจและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี่คือเรื่องจริง ตัวของเขาเองในอดีต...ไม่มีทางที่จะมาอยู่ข้าง ๆ เขาได้หรอก แต่อุณหภูมิจากตัวของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมาถึงเขานั้นมันเป็นสิ่งยืนยันให้เขาได้รับรู้ ว่าคน ๆ นี้คือคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ
ดวงตาคมแข็งกร้าวจ้องมองคนในอ้อมกอดนิ่ง ริมฝีปากที่ไร้รอยยิ้มค่อย ๆ ยกยิ้มให้เห็นเป็นครั้งแรก หากแต่มันกลับเป็นเพียงแค่รอยยิ้มมุมปากที่ดูแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์และน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่ยุนโฮคิดว่าตัวเองนั้นควรจะหนีออกไปจากที่ตรงนี้ ควรจะหนีให้ห่างจากคน ๆ นี้ทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั่น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จิตใจเขากลับไม่ต่อต้าน กลับเลือกที่จะให้ตัวเองนั้นอยู่นิ่ง ๆ อยู่บนเตียงนุ่มภายในอ้อมกอดของอีกฝ่ายเช่นเดิม
เสียงทุ้มต่ำที่เหมือนกับเสียงของร่างสูงทุกประการถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ สิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูดถามมานั้นมันทำให้ยุนโฮต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง คำพูดนั้นมันทำให้เขายุนโฮรู้สึกหัวสมองมันขาวโพลนไปหมด แต่เขาก็เลือกที่จะตอบกลับไป โดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ...ว่าสิ่งที่เขาพูดตอบอีกฝ่ายหนึ่งไปนั้น...เขาพูดว่าอะไรออกไป...
“คืนนี้เรามาสนุกด้วยกันดีมั้ย?...ยุนโฮ”
“......อื้ม”
THE END (กรี๊ดดดดดดด!!! หลอนนนนนน T[]T!!!)
555 แล้วก็รายต่อไปที่เป็นโรค

แบบว่ามันจิตดี(อีนี้แปลก)
)
#1 By fallen angel (124.122.50.28) on 2009-07-09 23:30